SINGAPORE
posted on 12 Sep 2011 19:38 by norning
สิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่ 3 ของชาวจีน พวกเขาเรียกสิงคโปร์ว่า "พู เลา ชุง" (เกาะปลายคาบสมุทร") ณ เวลานั้นไม่ค่อยมีใครทราบประวัติของเกาะแห่งนี้มากนัก แต่ว่าชื่อเรียกนี้ไม่สื่อให้เราเห็นอดีตอันมีสีสันของสิงคโปร์เลยในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย (Sri Vijayan Empire) และรู้จักกันในชื่อของเทมาเซ็ค (เมืองแห่งทะเล) สิงคโปร์ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมมลายู ซึ่งเป็นจุดนัดพบทางธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือ เกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดแวะพักของเรือเดินสมุทรหลายประเภท ตั้งแต่เรือสำเภาจีน เรืออินเดีย เรือใบอาหรับ และเรือรบของโปรตุเกส ไปจนถึงเรือใบบูจินีส
ในศตวรรษที่ 14 เกาะที่มีขนาดเล็กแต่มีทำเลที่เยี่ยมแห่งนี้ก็ได้ชื่อใหม่ นั่นก็คือ "สิงหปุระ" ("เมืองสิงโต") ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายแห่งศรีวิชัยมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิดว่าเป็นสิงโต ชื่ออันปัจจุบันของสิงคโปร์ก็ถือกำเนิดขึ้น
ชาวอังกฤษคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ตอนต่อมาของสิงคโปร์ ระหว่างศตวรรษที่ 18 นั้น อังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของ "จุดแวะพัก" ทางยุทธศาสตร์ สำหรับซ่อม เติมเสบียง และคุ้มกันกองทัพเรือของอาณาจักรที่เติบใหญ่ของตน รวมถึงเพื่อขัดขวางการรุกคืบของชาวฮอลแลนด์ในภูมิภาคนี้
ที่ตั้ง สิงคโปร์ตั้งอยู่กลางสี่แยกของโลก ทำเลอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้สิงคโปร์เติบโตจนเป็นศูนย์กลางการค้า การสื่อสาร
และการท่องเที่ยวสำคัญของโลก ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของที่นี่คือ 136.8 กม.เหนือเส้นศูนย์สูตร โดยตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 103 องศา 38 ลิปดาตะวันออก กับเส้นแวงที่ 104 องศา 06 ลิปดาตะวันออก เกาะแห่งนี้เชื่อมต่อกับมาเลเซียด้วยสะพานข้ามทะเลสองสาย คุณสามารถเดินทางจากที่นี่ไปเกาะหลักของหมู่เกาะเรียว (Riau) ประเทศอินโดนีเซียได้โดยเรือข้ามฟากเป็นระยะทางสั้นๆ หรือจะขึ้นเครื่องบินเพียงครู่เดียวก็ถึงประเทศไทยและฟิลิปปินส์แล้ว สิงคโปร์มีสนามบินหนึ่งแห่งที่ให้บริการแก่สายการบินมากกว่า 69 สาย ที่นี่คือประตูสู่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

พื้นที่ สาธารณรัฐสิงคโปร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ เป็นเกาะใหญ่ มีพื้นที่ ทั้งหมดประมาณ 640 ตารางกิโลเมตร และมีเกาะเล็กอีกประมาณ 60 เกาะ โดยมีเกาะ Palau Tekong, Pulau Ubin Sentosa, Pulau Bukum, Pulau Merlimau และ Pulau Ayer Chawan เป็นเกาะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
สภาพภูมิอากาศ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแสงแดด ภูมิอากาศเขตร้อนของสิงคโปร์คือแดนสวรรค์ของคุณ! ที่นี่เป็นเกาะที่อบอุ่นและเปียกชื้นทั้งปี มีความแปรปรวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียสและต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส ทำให้ที่แห่งนี้วิเศษสุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบแดด การว่ายน้ำ การเล่นเรือใบ และกีฬาทางน้ำอื่นๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอากาศเขตร้อน สิงคโปร์ก็มีที่ร่มที่ปลอดภัยจากแสงแดดที่แผดร้อน นั่นก็คือในห้องแอร์เย็นๆตามร้านค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และภัตตาคารเกือบทุกแห่งของที่นี่
ที่นี่ฝนตกตลอดทั้งปี ฝนจะตกชุกในช่วงฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม สายฝนของสิงคโปร์มักจะตกลงมาอย่างหนักและไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ฝนก็หยุดตกอย่างรวดเร็วและอากาศก็สดชื่น
การเมือง
ระบอบการปกครองของสิงคโปร์ คือ ระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายเซลลาปัน รามาลาทาน เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2542 ส่วนนายกรัฐมนตรีคือ นายลีเซียน ลง ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากนาย โก๊ะ ต๊กจง และนายลี กวน ยูซึ่งมีฐานะเป็นบิดาของนาย ลี เซียน ลุง สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ. 2508มีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขทางพิธีการ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขทางด้านบริหาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เพราะนับแต่ตั้งประเทศเป็นต้นมา มีรัฐบาลที่มาจากพรรคเดียวและเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และมีการควบคุมสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชนและประชาชนในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างค่อนข้างเข้มงวด
|
|
|
ภูมิอากาศ สภาพอากาศของสิงคโปร์ เป็นแบบอบอุ่นและชื้นตลอดปี ความชื้นในช่วงกลางวันประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์ และ 95 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางคืน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 23-33 องศาเซลเซียส มีแดดตลอดปี และฝนตกเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะช่วงปลายปี โดยเฉลี่ยแล้วในช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึง มกราคม เป็นช่วงที่ร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากฝนตกชุก ช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคมถึง กรกฎาคม เป็นช่วงที่ร้อนที่สุด และเดือน กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่แดดจ้ามากที่สุด เงินตรา เงินสกุลอื่น ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์ออสเตรเลีย เยน หรือ เงินปอนด์ ก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และร้านอาหารใหญ่ ๆ |
ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำชาติของ สาธารณรัฐสิงคโปร์ คือ Vanda Miss Joaquim เป็นกล้วยไม้ในกลุ่ม แวนด้า

เมอร์ไลอ้อน

เมอร์ไลอ้อน (Merlion) 鱼尾狮 (หยูเหว่ยซือ) หรือสิงโตทะเลถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board - STB) ในปี 1964 – รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโตร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่นานทั่วโลกก็ถือกันว่าสิงโตทะเลตัวนี้คือเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์ แต่เดิมรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่สวนสิงโตทะเล(Merlion Park)ข้างๆสะพานเอสพลาเนด (Esplanade Bridge) แม่สิงโตและลูกสิงโตได้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว มีการจัดพิธีติดตั้งสิงโตทะเลในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1972 โดยมีประธานในพิธีคือนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ณ เวลาดังกล่าว ซึ่งก็คือ นายลี กวน ยู สิงโตตัวนี้สูง 8.6 เมตร มีน้ำหนัก 70 ตัน ทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์ โดยช่างฝีมือชาวสิงคโปร์ผู้เสียชีวิตไปแล้วที่ชื่อนายลิมนังเซ็งส่วนรูปปั้นสิงโตทะเลตัวที่สองจะมีขนาดเล็กกว่า ขนาดสูง 2เมตรและหนัก 3 ตัน ก็ถูกสร้างขึ้นโดยนายลิมเช่นกัน ตัวสิงโตทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์ ผิวหนังทำจากแผ่นกระเบื้อง และตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก ผู้ออกแบบคือนายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ (Mr Fraser Brunner) เป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ หัวรูปปั้นเป็นสิงโตหมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลาอุตามะเคยเห็นตอนที่พระองค์พบเกาะสิงกะปุระในปี ค.ศ. ที่ 11 ตามบันทึกของชาวมาเลย์ ส่วนหางที่เป็นปลาคือสัญลักษณ์ของเมืองโบราณเทมาเซ็ค(หมายความว่า"ทะเล"ในภาษาญี่ปุ่น)ซึ่งสิงคโปร์ถูกค้นพบมาแล้วก่อนที่เจ้าชายนิลาจะตั้งชื่อเกาะนี้ว่า"สิงกะปุระ"(หมายความว่า "สิงโต"(สิงห์)และ "เมือง" (ปุระ) ในภาษาสันสกฤต) นอกจากนี้ยังหมายถึงจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสิงคโปร์ที่ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง
โรงละครเอสพลานาด
โรงละครเอสพลานาด (Esplanade) คือโรงละครบนชายหาดและศูนย์แสดงศิลปะที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ออกแบบเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชื่อมต่ออันทรงคุณค่าระหว่างอดีตและปัจจุบัน เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ตุลาคม 2002 จุดประสงค์ของเอสพลานาดคือการเป็นศูนย์แสดงศิลปะสำหรับทุกคน ภายในเอสพลานาดนั้นประกอบไปด้วยห้องแสดงขนาดใหญ่สองห้อง และมีสตูดิโอขนาดเล็กอีกสองห้องทั้งในและนอกอาคาร รายการแสดงต่างๆนั้นมีความหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ชมทุกประเภท โดยเน้นไปที่ดนตรี การเต้นรำ ละคร และทัศนศิลป์ทุกประเภท


ไชน่าทาวน์
ไชน่าทาวน์ Chinatown Singapore (牛车水) ไชน่าทาวน์ชุมชนเก่าแก่มีชื่อเสียงของชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ เสน่ห์ของไชน่าทาวน์สิงคโปร์คือการผสมผสานทางวัฒนธรรมจีนและแขกอินเดียอย่างลงตัวเมืองไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ก่อตั้งขึ้นราวปี ค.ศ.1821 เมื่อเรือจีนลำแรกเดินทางมาจากเซี่ยเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน ผู้โดยสารเป็นชายทั้งหมด พวกเขาสร้างบ้านขึ้นที่ตอนใต้ของแม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River) ซึ่งปัจจุบันเรียกบริเวณนี้ว่าเทโลค อะเยอร์ (Telok Ayer)ท่ามกลางตึกรามเก่าแก่ทรงโบราณที่ทอดยาวเรียงรายตั้งอยู่ในผังที่เป็นระเบียบของชาวจีนฮกเกี๋ยนที่ตั้งรกรากทำมาค้าขายตลอดถนนเดล็อกอาเยอร์มีชุมชนเล็กๆอาศัยอยู่เห็นได้ชักจากวัดจีนและวัดแขกที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกันอย่างกลมกลืนแนะนำว่าในช่วงเทศกาลฉลองตรุษจีนตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ ให้เลือกเวลาช่วงค่ำๆเพราะถนนรอบไชน่าทาวน์จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟรูปสวยหลากสีสันที่นี่สามารถเดินช็อปปิ้งได้ตลอดทางของหวานของคาวมีให้เลือกซื้อตามชอบ ขนมลูกกวาด ผลไม้เชื่อมหวานๆมีขายเยอะมากเพราะคนจีนเชื่อว่ากินของหวานๆปากจะได้หวาน พูดอะไรใครๆก็หวานหู ชีวิตจะได้หอมหวาน


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง - รัฐ สิงคโปร์ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน 1849 ย้อนหลังได้รับการออกแบบอาคารในลักษณะ Palladian และเรอเนซ็องส์ ประกอบด้วยสองการเชื่อมต่อ rotundas ลานและหลักอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์เป็นกว้างขวางรวบรวมแสดงประวัติ และวิวัฒนาการของรัฐของสิงคโปร์ที่สำคัญที่สุด artifacts รวมสิงคโปร์หิน,ช่องว่างของหินทราย slabs จาก 10 ศตวรรษโฆษณาที่มีสิ่งที่จารึกไว้ในสันสกฤตหรือหนึ่งเมือง dagguerreotypií สิงคโปร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 ถึง 18 ชั่วโมง

