SINGAPORE

posted on 12 Sep 2011 19:38 by norning
        สิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่ 3 ของชาวจีน พวกเขาเรียกสิงคโปร์ว่า "พู เลา ชุง" (เกาะปลายคาบสมุทร") ณ เวลานั้นไม่ค่อยมีใครทราบประวัติของเกาะแห่งนี้มากนัก แต่ว่าชื่อเรียกนี้ไม่สื่อให้เราเห็นอดีตอันมีสีสันของสิงคโปร์เลย

         ในศตวรรษที่ 14 สิงคโปร์ถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย (Sri Vijayan Empire) และรู้จักกันในชื่อของเทมาเซ็ค (เมืองแห่งทะเล) สิงคโปร์ตั้งอยู่ตรงปลายแหลมมลายู ซึ่งเป็นจุดนัดพบทางธรรมชาติของเส้นทางเดินเรือ เกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นจุดแวะพักของเรือเดินสมุทรหลายประเภท ตั้งแต่เรือสำเภาจีน เรืออินเดีย เรือใบอาหรับ และเรือรบของโปรตุเกส ไปจนถึงเรือใบบูจินีส

         ในศตวรรษที่ 14 เกาะที่มีขนาดเล็กแต่มีทำเลที่เยี่ยมแห่งนี้ก็ได้ชื่อใหม่ นั่นก็คือ "สิงหปุระ" ("เมืองสิงโต") ตามตำนานเล่าว่า เจ้าชายแห่งศรีวิชัยมองเห็นสัตว์ตัวหนึ่งแต่เข้าใจผิดว่าเป็นสิงโต ชื่ออันปัจจุบันของสิงคโปร์ก็ถือกำเนิดขึ้น

          ชาวอังกฤษคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ตอนต่อมาของสิงคโปร์ ระหว่างศตวรรษที่ 18 นั้น อังกฤษเล็งเห็นถึงความสำคัญของ "จุดแวะพัก" ทางยุทธศาสตร์ สำหรับซ่อม เติมเสบียง และคุ้มกันกองทัพเรือของอาณาจักรที่เติบใหญ่ของตน รวมถึงเพื่อขัดขวางการรุกคืบของชาวฮอลแลนด์ในภูมิภาคนี้ 


ที่ตั้ง
 สิงคโปร์ตั้งอยู่กลางสี่แยกของโลก ทำเลอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้สิงคโปร์เติบโตจนเป็นศูนย์กลางการค้า การสื่อสาร 

และการท่องเที่ยวสำคัญของโลก ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของที่นี่คือ 136.8 กม.เหนือเส้นศูนย์สูตร โดยตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวงที่ 103 องศา 38 ลิปดาตะวันออก กับเส้นแวงที่ 104 องศา 06 ลิปดาตะวันออก เกาะแห่งนี้เชื่อมต่อกับมาเลเซียด้วยสะพานข้ามทะเลสองสาย คุณสามารถเดินทางจากที่นี่ไปเกาะหลักของหมู่เกาะเรียว (Riau) ประเทศอินโดนีเซียได้โดยเรือข้ามฟากเป็นระยะทางสั้นๆ หรือจะขึ้นเครื่องบินเพียงครู่เดียวก็ถึงประเทศไทยและฟิลิปปินส์แล้ว สิงคโปร์มีสนามบินหนึ่งแห่งที่ให้บริการแก่สายการบินมากกว่า 69 สาย ที่นี่คือประตูสู่ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์

พื้นที่ สาธารณรัฐสิงคโปร์ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ เป็นเกาะใหญ่ มีพื้นที่ ทั้งหมดประมาณ 640 ตารางกิโลเมตร และมีเกาะเล็กอีกประมาณ 60 เกาะ โดยมีเกาะ Palau Tekong, Pulau Ubin Sentosa, Pulau Bukum, Pulau Merlimau และ Pulau Ayer Chawan เป็นเกาะที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ 

สภาพภูมิอากาศ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแสงแดด ภูมิอากาศเขตร้อนของสิงคโปร์คือแดนสวรรค์ของคุณ! ที่นี่เป็นเกาะที่อบอุ่นและเปียกชื้นทั้งปี มีความแปรปรวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นระหว่างอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยคือ 31 องศาเซลเซียสและต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส ทำให้ที่แห่งนี้วิเศษสุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการอาบแดด การว่ายน้ำ การเล่นเรือใบ และกีฬาทางน้ำอื่นๆ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชอบอากาศเขตร้อน สิงคโปร์ก็มีที่ร่มที่ปลอดภัยจากแสงแดดที่แผดร้อน นั่นก็คือในห้องแอร์เย็นๆตามร้านค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน และภัตตาคารเกือบทุกแห่งของที่นี่

ที่นี่ฝนตกตลอดทั้งปี ฝนจะตกชุกในช่วงฤดูมรสุมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงมกราคม สายฝนของสิงคโปร์มักจะตกลงมาอย่างหนักและไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ฝนก็หยุดตกอย่างรวดเร็วและอากาศก็สดชื่น
 

การเมือง

ระบอบการปกครองของสิงคโปร์ คือ ระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน คือ นายเซลลาปัน  รามาลาทาน เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2542 ส่วนนายกรัฐมนตรีคือ นายลีเซียน ลง ซึ่งรับตำแหน่งต่อจากนาย โก๊ะ  ต๊กจง และนายลี กวน ยูซึ่งมีฐานะเป็นบิดาของนาย ลี เซียน ลุง สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซียเมื่อปี พ.ศ. 2508มีการปกครองในระบอบสาธารณรัฐโดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขทางพิธีการ และมีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขทางด้านบริหาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางการเมืองมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก เพราะนับแต่ตั้งประเทศเป็นต้นมา มีรัฐบาลที่มาจากพรรคเดียวและเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก และมีการควบคุมสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชนและประชาชนในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างค่อนข้างเข้มงวด

 เมืองหลวง: สิงคโปร์

 ภาษา:ภาษามาเลย์ ภาษาอังกฤษภาษาจีนกลางและภาษาทมิฬ

 สกุลเงิน: ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD)
 

ภูมิอากาศ
สิงคโปร์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร จึงมีอากาศและพืชพรรณธรรมชาติแบบร้อนชื้น  แต่ได้รับอิทธิพลจากลมทะเล จึงช่วยให้มีอากาศเย็นสบาย   อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาว จึงไม่ต่างกันมากนัก    

สภาพอากาศของสิงคโปร์ เป็นแบบอบอุ่นและชื้นตลอดปี   ความชื้นในช่วงกลางวันประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์  และ 95 เปอร์เซ็นต์ในช่วงกลางคืน   อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 23-33 องศาเซลเซียส  มีแดดตลอดปี และฝนตกเป็นครั้งคราวโดยเฉพาะช่วงปลายปี

โดยเฉลี่ยแล้วในช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึง มกราคม  เป็นช่วงที่ร้อนน้อยที่สุด เนื่องจากฝนตกชุก    ช่วงระหว่างเดือน พฤษภาคมถึง กรกฎาคม เป็นช่วงที่ร้อนที่สุด   และเดือน กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่แดดจ้ามากที่สุด

เงินตรา
สกุลเงินของสิงคโปร์ แบ่งเป็น ดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือ เหรียญสิงคโปร์)  และ เซ็นต์  สำหรับธนบัตรสิงคโปร์ทั่วไปในตลาด มี ตั้งแต่ใบละ 2, 5, 10, 50, 100, 1,000, 10,000   

เงินสกุลอื่น ๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ  ดอลลาร์ออสเตรเลีย  เยน หรือ เงินปอนด์  ก็เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ และร้านอาหารใหญ่ ๆ   

ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกไม้ประจำชาติของ สาธารณรัฐสิงคโปร์ คือ Vanda Miss Joaquim เป็นกล้วยไม้ในกลุ่ม แวนด้า

 

 

เมอร์ไลอ้อน

เมอร์ไลอ้อน (Merlion) 鱼尾狮 (หยูเหว่ยซือ) หรือสิงโตทะเล

 

         เมอร์ไลอ้อน (Merlion) 鱼尾狮 (หยูเหว่ยซือ) หรือสิงโตทะเลถูกออกแบบขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board - STB) ในปี 1964 – รูปปั้นนี้มีหัวเป็นสิงโตร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น ต่อมาไม่นานทั่วโลกก็ถือกันว่าสิงโตทะเลตัวนี้คือเครื่องหมายประจำชาติสิงคโปร์ แต่เดิมรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่สวนสิงโตทะเล(Merlion Park)ข้างๆสะพานเอสพลาเนด (Esplanade Bridge) แม่สิงโตและลูกสิงโตได้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว มีการจัดพิธีติดตั้งสิงโตทะเลในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1972 โดยมีประธานในพิธีคือนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ณ เวลาดังกล่าว ซึ่งก็คือ นายลี กวน ยู สิงโตตัวนี้สูง 8.6 เมตร มีน้ำหนัก 70 ตัน ทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์ โดยช่างฝีมือชาวสิงคโปร์ผู้เสียชีวิตไปแล้วที่ชื่อนายลิมนังเซ็งส่วนรูปปั้นสิงโตทะเลตัวที่สองจะมีขนาดเล็กกว่า ขนาดสูง 2เมตรและหนัก 3 ตัน ก็ถูกสร้างขึ้นโดยนายลิมเช่นกัน ตัวสิงโตทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์ ผิวหนังทำจากแผ่นกระเบื้อง และตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก ผู้ออกแบบคือนายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ (Mr Fraser Brunner) เป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ หัวรูปปั้นเป็นสิงโตหมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลาอุตามะเคยเห็นตอนที่พระองค์พบเกาะสิงกะปุระในปี ค.ศ. ที่ 11 ตามบันทึกของชาวมาเลย์ ส่วนหางที่เป็นปลาคือสัญลักษณ์ของเมืองโบราณเทมาเซ็ค(หมายความว่า"ทะเล"ในภาษาญี่ปุ่น)ซึ่งสิงคโปร์ถูกค้นพบมาแล้วก่อนที่เจ้าชายนิลาจะตั้งชื่อเกาะนี้ว่า"สิงกะปุระ"(หมายความว่า "สิงโต"(สิงห์)และ "เมือง" (ปุระ) ในภาษาสันสกฤต) นอกจากนี้ยังหมายถึงจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสิงคโปร์ที่ในอดีตเคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง
 
 

โรงละครเอสพลานาด

โรงละครเอสพลานาด (Esplanade) 

โรงละครเอสพลานาด (Esplanade) คือโรงละครบนชายหาดและศูนย์แสดงศิลปะที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกแห่งหนึ่งของสิงคโปร์ ออกแบบเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเชื่อมต่ออันทรงคุณค่าระหว่างอดีตและปัจจุบัน เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 12 ตุลาคม 2002 จุดประสงค์ของเอสพลานาดคือการเป็นศูนย์แสดงศิลปะสำหรับทุกคน ภายในเอสพลานาดนั้นประกอบไปด้วยห้องแสดงขนาดใหญ่สองห้อง และมีสตูดิโอขนาดเล็กอีกสองห้องทั้งในและนอกอาคาร รายการแสดงต่างๆนั้นมีความหลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ชมทุกประเภท โดยเน้นไปที่ดนตรี การเต้นรำ ละคร และทัศนศิลป์ทุกประเภท
 
 
    

ไชน่าทาวน์

ไชน่าทาวน์ Chinatown Singapore (牛车水)

ไชน่าทาวน์ Chinatown Singapore (牛车水) ไชน่าทาวน์ชุมชนเก่าแก่มีชื่อเสียงของชาวสิงคโปร์เชื้อสายจีนซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ เสน่ห์ของไชน่าทาวน์สิงคโปร์คือการผสมผสานทางวัฒนธรรมจีนและแขกอินเดียอย่างลงตัวเมืองไชน่าทาวน์ของสิงคโปร์ก่อตั้งขึ้นราวปี ค.ศ.1821 เมื่อเรือจีนลำแรกเดินทางมาจากเซี่ยเหมิน มณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน ผู้โดยสารเป็นชายทั้งหมด พวกเขาสร้างบ้านขึ้นที่ตอนใต้ของแม่น้ำสิงคโปร์ (Singapore River) ซึ่งปัจจุบันเรียกบริเวณนี้ว่าเทโลค อะเยอร์ (Telok Ayer)ท่ามกลางตึกรามเก่าแก่ทรงโบราณที่ทอดยาวเรียงรายตั้งอยู่ในผังที่เป็นระเบียบของชาวจีนฮกเกี๋ยนที่ตั้งรกรากทำมาค้าขายตลอดถนนเดล็อกอาเยอร์มีชุมชนเล็กๆอาศัยอยู่เห็นได้ชักจากวัดจีนและวัดแขกที่ตั้งอยู่ในละแวกเดียวกันอย่างกลมกลืนแนะนำว่าในช่วงเทศกาลฉลองตรุษจีนตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม – 12 กุมภาพันธ์ ให้เลือกเวลาช่วงค่ำๆเพราะถนนรอบไชน่าทาวน์จะประดับประดาไปด้วยโคมไฟรูปสวยหลากสีสันที่นี่สามารถเดินช็อปปิ้งได้ตลอดทางของหวานของคาวมีให้เลือกซื้อตามชอบ ขนมลูกกวาด ผลไม้เชื่อมหวานๆมีขายเยอะมากเพราะคนจีนเชื่อว่ากินของหวานๆปากจะได้หวาน พูดอะไรใครๆก็หวานหู ชีวิตจะได้หอมหวาน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์

 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore)

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ (National Museum of Singapore) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง - รัฐ สิงคโปร์ซึ่งก่อตั้งขึ้นใน 1849 ย้อนหลังได้รับการออกแบบอาคารในลักษณะ Palladian และเรอเนซ็องส์ ประกอบด้วยสองการเชื่อมต่อ rotundas ลานและหลักอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์เป็นกว้างขวางรวบรวมแสดงประวัติ และวิวัฒนาการของรัฐของสิงคโปร์ที่สำคัญที่สุด artifacts รวมสิงคโปร์หิน,ช่องว่างของหินทราย slabs จาก 10 ศตวรรษโฆษณาที่มีสิ่งที่จารึกไว้ในสันสกฤตหรือหนึ่งเมือง dagguerreotypií สิงคโปร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสิงคโปร์ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 ถึง 18 ชั่วโมง 
 

คำถามทบทวน

posted on 19 Aug 2011 19:31 by norning

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร ?

 

มัลติมีเดีย คือ ระบบสื่อสารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด โดยผ่านสื่อทางคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพ เสียง 
และวีดิทัศน์

             มัลติมีเดีย คือ การใช้คอมพิวเตอร์สื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟ ภาพศิลป์ (Graphic Art) เสียง (Sound) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) และวีดิทัศน์ เป็นต้น ถ้าผู้ใช้สามารถควบคุมสื่อเหล่านี้ให้แสดงออกมาตามต้องการได้ระบบนี้จะเรียกว่า มัลติมีเดียปฏิ-สัมพันธ์ (Interactive Multimedia)

             มัลติมีเดีย คือ โปรแกรมซอฟต์แวร์ที่อาศัยคอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการนำเสนอโปรแกรมประยุกต์  ซึ่งรวมถึงการนำเสนอข้อความสีสัน  ภาพ กราฟฟิก (Graphic images) ภาพเคลื่อนไหว (Animation)  เสียง (Sound) และภาพยนตร์วีดิทัศน์ (Full motion Video) ส่วนมัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia) จะเป็นโปรแกรมประยุกต์ที่รับการตอบสนองจากผู้ใช้โดยใช้คีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) เป็นต้น

             ดังนั้นจึงสามารถสรุปความหมายของมัลติมีเดียได้ว่า มัลติมีเดีย  คือ การใช้คอมพิวเตอร์ร่วมกับโปรแกรมซอฟต์แวร์ในการสื่อความหมายโดยการผสมผสานสื่อหลายชนิด เช่น ข้อความ กราฟิก (Graphic)  ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และวีดิทัศน์ (Video) เป็นต้น และถ้าผู้ใช้สามารถที่จะควบคุมสื่อให้นำเสนอออกมาตามต้องการได้จะเรียกว่า  มัลติมีเดียปฏิสัมพันธ์ (Interactive Multimedia)   การปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้สามารถจะกระทำได้โดยผ่านทางคีย์บอร์ด (Keyboard) เมาส์ (Mouse) หรือตัวชี้ (Pointer) การใช้มัลติมีเดียในลักษณะปฏิสัมพันธ์ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้หรือทำกิจกรรม รวมถึงดูสื่อต่าง ๆ ด้วยตนเอง  สื่อต่าง ๆ ที่นำมารวมไว้ในมัลติมีเดีย เช่น ภาพ เสียง วีดิทัศน์ จะช่วยให้เกิดความหลากหลาย ชาน่าสนใจ และเร้าความสนใจ เพิ่มความสนุกสนานในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

 

2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร ???

การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์ คือ เว็บไซต์สามารถนำเสนอข้อมูลได้ครอบคลุมทั่งโลก และสามารถนำเสนอข้องมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ตัวหนังสือ เสียง ภาพเคลื่อนไหว หรือลูกเล่นต่างๆอีกมากมาย   อีกทั้งยังสามารถอยู่ได้นาน คงทน ไม่สูญหาย
 
3.Micosoft Powerpoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง ?
-สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว คลิปวีดีโอ เสียง รวมถึงแผนภูมิหรือกราฟ
 
 
4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร ???
-การเชื่อโยงภายใน คือ การสร้างจุดเชื่อมโยงไปยังจุดอื่นๆหรือภาพนิ่งในไฟล์เดียวกัน
 การเชื่อมโยงภายนอก คือ การเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่นๆนอกไฟล์งานนำเสนอ
 
5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง ?
-โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ กล้องดิจิตอล  เป็นต้น
 
6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด ?
-การนำเสนอข้อมูลแบบ Microsoft PowerPoint  เพราะ สามารถนำเสนอที่ใช้ประกอบการบรรยายได้ดี มีมัลติมิเดียที่สามารถแทรกระหว่างการนำเสนอได้ ทำให้ผู้ที่รับฟังการนำเสนอมีความเข้าใจได้ง่ายขึ้น อีกทั้งในการจัดทำก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อน พร้อมทั้งสามารถใส่เสียงประกอบ ใส่ภาพหรือถาพเคลื่อนไหวต่างๆ เอกเฟค เพื่อเพิ่มความน่าสนใจได้ด้วย
 
7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร ???
-ในแถบเมนูด้านบนมองหาคำว่า"ออกแบบ" หรือ "Design" แล้วเลือกใช้แบบตามที่ต้องการ
 
8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด ???-
-คลิกที่กล่องข้อความ หรือที่วัตถุ มองที่แถบเมนูด้านบนแล้วคลิกคำว่า "ภาพเคลื่อนไหว" แล้วเลือกแบบตามที่ต้องการ
 
9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม ???
-Microsoft PowerPoint
-Microsoft Word
-Microsoft Excel
 
10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร ???-สร้างได้
-สร้างได้ โดยการคัดลอกข้อมูลจากที่อื่นมาวาง หรือนำเสนอเป็นรูปภาพ แผนภูมิ แผนผัง
 
11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร ???
-ไม่จำเป็น  เพราะ  การนำเสนอด้วย Powerpoin สามารถนำเสนอได้ทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ หรือโทรทัศน์เป็นต้น
 
12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร ???
-ได้ โดยการดูที่แถบเมนูด้านบนแล้วคลิกที่คำว่า"แทรก" หรือ "Insert"  แล้วเลือกสิ่งที่จะแทรก เช่น เสียง หรือวีดีโอ
 
13.
การนำเสนอด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือ
หรือตัวอักษรอย่างไร 
- การนำเสนอด้วยแผนภูมิจะทำให้เข้าใจง่ายกว่า เพราะมีภาพประกอบ และข้อมูลชัดเจน
 
14.การสร้างงานนำเสนอด้วย    Microsoft   PowerPoint   สำหรับผู้รับข้อมูล   20   คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอร์ฟแวร์ใดบ้าง
 
 
 
-ฮาร์ดแวร์ : คอมพิวเตอร์ โปรเจคเตอร์ หรือจอโทรทัศน์ ไมค์ ลำโพง

 ซอฟต์แวร์ : โปรแกรม Microsoft Powerpoint


15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพนิ่ง   แผนภูมิ   แผนผัง    กราฟ   เสียง   และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
-โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์




 









ภาษา PHP

posted on 10 Jul 2011 19:27 by norning

พีเอชพี (PHP) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี ภาษาจาวา และ ภาษาเพิร์ล ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว

 
ชื่อของ PHP
ภาษาพีเอชพี ในชื่อภาษาอังกฤษว่า PHP ซึ่งใช้เป็นคำย่อแบบกล่าวซ้ำ จากคำว่า PHP Hypertext Preprocessor หรือชื่อเดิม Personal Home Page
 
 
คุณสมบัติ

การแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะHTML ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์ สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์สามารถอ่าน ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต ความสามารถการประมวลผลหลักของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะCGIคุณสมบัติอื่นเช่น การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน ยูนิกซ์หรือลีนุกซ์) หรือ Task Scheduler (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้

การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล HTML แต่ยังสามารถสร้าง XHTML หรือ XML ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก PDF แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากในการทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร XML เรารองรับมาตราฐาน SAXและ DOM สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML

เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรมทำธุรกรรมทางการเงิน

การรองรับ PHP

คำสั่งของพีเอชพี สามารถสร้างผ่านทางโปรแกรมแก้ไขข้อความทั่วไป เช่น โน้ตแพด หรือ vi ซึ่งทำให้การทำงานพีเอชพี สามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการหลักเกือบทั้งหมด โดยเมื่อเขียนคำสั่งแล้วนำมาประมวลผล Apache, Microsoft Internet Information Services (IIS) , Personal Web Server, Netscape และ iPlanet servers, Oreilly Website Pro server, Caudium, Xitami, OmniHTTPd, และอื่นๆ อีกมากมาย. สำหรับส่วนหลักของ PHP ยังมี Module ในการรองรับ CGI มาตรฐาน ซึ่ง PHP สามารถทำงานเป็นตัวประมวลผล CGI ด้วย และด้วย PHP, คุณมีอิสรภาพในการเลือก ระบบปฏิบัติการ และ เว็บเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้สร้างโปรแกรมโครงสร้าง สร้างโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) หรือสร้างโปรแกรมที่รวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน แม้ว่าความสามารถของคำสั่ง OOP มาตรฐานในเวอร์ชันนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ตัวไลบรารีทั้งหลายของโปรแกรม และตัวโปรแกรมประยุกต์ (รวมถึง PEAR library) ได้ถูกเขียนขึ้นโดยใช้รูปแบบการเขียนแบบ OOP เท่านั้น

พีเอชพีสามารถทำงานร่วมกับฐานข้อมูลได้หลายชนิด ซึ่งฐานข้อมูลส่วนหนึ่งที่รองรับได้แก่ ออราเคิล dBase PostgreSQL IBM DB2 MySQL InformixODBC โครงสร้างของฐานข้อมูลแบบ DBX ซึ่งทำให้พีเอชพีใช้กับฐานข้อมูลอะไรก็ได้ที่รองรับรูปแบบนี้ และ PHP ยังรองรับ ODBC (Open Database Connection) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่ใช้กันแพร่หลายอีกด้วย คุณสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลต่างๆ ที่รองรับมาตรฐานโลกนี้ได้

พีเอชพียังสามารถรองรับการสื่อสารกับการบริการในโพรโทคอลต่างๆ เช่น LDAP IMAP SNMP NNTP POP3 HTTP COM (บนวินโดวส์) และอื่นๆ อีกมากมาย คุณสามารถเปิด Socket บนเครื่อข่ายโดยตรง และ ตอบโต้โดยใช้ โพรโทคอลใดๆ ก็ได้ PHP มีการรองรับสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ WDDX Complex กับ Web Programming อื่นๆ ทั่วไปได้ พูดถึงในส่วน Interconnection, พีเอชพีมีการรองรับสำหรับ Java objects ให้เปลี่ยนมันเป็น PHP Object แล้วใช้งาน คุณยังสามารถใช้รูปแบบ CORBA เพื่อเข้าสู่ Remote Object ได้เช่นกัน

ประวิตของภาษา PHP

 
ภาษาพีเอชพีถูกคิดค้นขึ้นในปีค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) โดย Mr.Rasmus Lerdorf เพื่อใช้ตรวจสอบสถิติการเข้าชมเว็บของตนเอง ต่อมาในปีค.ศ.1995 มีการเผยแพร่ภาษานี้สู่สาธารณะ และพัฒนาเป็น PHP/FI หรือพีเอชพีรุ่น 2 จนกระทั่งกลางปีค.ศ.1996 เริ่มมีทีมพัฒนาอย่างจริงจังโดยมี Mr.Zeev Suraski และ Mr.Andi Gutmans ร่วมทีม และพัฒนาเป็นพีเอชพีรุ่น 3